20 January 2015

ตลาดสินค้าเพื่อผู้สูงอายุ (Senior Market) ในสหราชอาณาจักร

สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงลอนดอน ขอรายงานข้อมูลตลาดสินค้าสำหรับผู้สูงอายุในสหราชอาณาจักร โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. โครงสร้างประชากรผู้สูงอายุในสหราชอาณาจักร

        ประชากรในสหราชอาณาจักรมีจำนวน 64.1 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นกลุ่มประชากรผู้สูงอายุ หรืออายุ 65 ปีขึ้นไป จำนวน 11 ล้านคน คิดเป็นจำนวน 7.15% ของจำนวนประชากรทั้งหมด ซึ่งถือว่าเป็นวัยเกษียณของสหราชอาณาจักร โดยมีการคาดการว่าตั้งแต่ปี 2014 ถึงปี 2037 จะมีจำนวนกลุ่มประชากรที่อายุ 65 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นปีละ 278,800 คนต่อปี และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นต่อไปเนื่องจากคนมีอายุยืนมากขึ้น 

2. ขนาดของตลาดกลุ่มประชากรผู้สูงอายุ รายรับและอำนาจการจับจ่าย

         ขนาดของตลาดกลุ่มประชากรผู้สูงอายุในสหราชอาณาจักรนั้นมีแนวโน้มสูงขึ้นเนื่องจากจำนวนประชากรผู้สูงอายุมีจำนวนเพิ่มขึ้นปีละ 278,800 คน โดยประชากรกลุ่มอายุ 50 ปีขึ้นไปถือว่ามีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรเป็นอย่างมาก โดยประชากรกลุ่มนี้ใช้จ่าย สำหรับกิจกรรมสันทนาการ 44 พันล้านปอนด์ 24 พันล้านปอนด์สำหรับการรับประทานอาหารนอกบ้าน 7.8 พันล้านปอนด์สำหรับค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ 40.8 พันล้านปอนด์สำหรับสินค้าอาหาร และมีการคาดการว่าจะเพิ่มขึ้น 6 % ต่อปี โดยในปี 2018 การใช้จ่ายสำหรับสินค้าอาหารจะเพิ่มเป็น 54.8 พันล้านปอนด์

จากการสำรวจอายุของสหราชอาณาจักร Age UK แบ่งกลุ่มประชากรผู้สูงอายุเป็น กลุ่มคือ

        2.1 กลุ่มประชากรอายุ 55 – 64 ปี (Silver Economy) 

               ถือว่ามีรายได้มากที่สุดของกลุ่มประชากรทั้งหมดในสหราชอาณาจักร โดยมีรายได้เฉลี่ยประมาณ 27,000 ปอนด์ต่อปีโดยประชากรกลุ่มนี้ ใช้จ่ายเงิน 2.2 พันล้านปอนด์ต่อสัปดาห์ไปกับสินค้าอุปโภคบริโภคและบริการ โดยมีการใช้จ่ายเฉลี่ย 321 ปอนด์ ต่อคนต่อสัปดาห์ แบ่งเป็นการใช้จ่ายไปกับสินค้าประเภทอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอลมากเป็นอันดับหนึ่ง จำนวน 40.8 พันล้านปอนด์ต่อปี รองลงมาคือค่าใช้จ่ายสำหรับกิจกรรมสันทนาการ โดยประชากรกลุ่มนี้มีความสามารถในการใช้จ่ายมากที่สุด ในทุกรายการสินค้า เช่น รถยนต์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิค และแฟชั่น นอกจากนี้ยังเป็นกลุ่มที่ให้การช่วยเหลือทางด้านการเงินแก่บุตรอีกด้วย "parent-payer" 

        2.2 กลุ่มประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไป 

               กลุ่มประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปมีรายได้เฉลี่ย 17,000 ปอนด์ต่อปีจากเงินบำนาญ โดยประชากรกลุ่มนี้ ใช้จ่ายเงิน 2.2 พันล้านปอนด์ต่อสัปดาห์ไป กับสินค้าอุปโภคบริโภคและบริการ โดยมีการใช้จ่ายเฉลี่ย 185 ปอนด์ ต่อคนต่อสัปดาห์ แบ่งเป็นการใช้จ่ายไปกับสินค้าประเภทอาหารมากเป็นอันดับหนึ่งจำนวน 33 % ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด โดยจำนวนนี้ พบว่าเป็นสินค้าพวกผักและผลไม้มากที่สุด รองลงมาคือค่าใช้จ่ายสำหรับกิจกรรมสันทนาการและค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและการท่องเที่ยว ซึ่งประชากรในกลุ่มนี้มีความสามารถในการจับจ่ายเป็นอันดับ รองจากประชากรช่วงอายุระหว่าง 55 – 64 ปี และ 45 – 54 ปี ตามลำดับ

 

3. ไลฟ์สไตล์ของผู้สูงอายุ 

         ผู้สูงอายุในสหราชอาณาจักรส่วนใหญ่ใช้เวลาว่างไปกับการทำกิจกรรมสันทนาการ (Recreation and Culture) เช่น ดูละครเวที ดูภาพยนต์ เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ เป็นจำนวนเงินประมาณ 44 พันล้านปอนด์ต่อปี การรับประทานอาหารนอกบ้าน และการท่องเที่ยว จำนวน 24 พันล้านปอนด์ต่อปี การซื้อเครื่องแต่งกายจำนวน 13 พันล้านปอนด์ต่อปี โดยสินค้าเครื่องแต่งกายยี่ห้อ Marks and Spencer ได้รับนิยมมากเป็นอันดับหนึ่ง โดยมีสัดส่วนการตลาด 20 % ในสหราชอาณาจักร 

 

4. แนวโน้มและความต้องการบริโภคสินค้าและบริการ

    สินค้ากลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้องแบ่งออกเป็น กลุ่มสินค้า คือ

          4.1. สินค้าอาหาร

                    สินค้าอาหารเป็นสินค้าที่ผู้สูงอายุใช้จ่ายมากที่สุด โดยสินค้าอาหารที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันสำหรับผู้สูงอายุเป็นสินค้าพวกผักและผลไม้ ส่วนแนวโน้มของสินค้าที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นได้แก่ สินค้าประเภทอาหารพร้อมรับประทาน (Ready to Eat) และอาหารประเภทพร้อมปรุง (Ready to Cook) ที่ใช้เวลาในการปรุงน้อย เช่นชุดผักพร้อมปรุงอาหาร เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันสินค้าประเภทนี้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเนื่องจากใช้เวลาในการเตรียมและปรุงไม่มาก แต่คุณค่าสารอาหารยังครบถ้วน นอกจากนี้ ผู้สูงอายุยังมีการบริโภคสินค้าถนอมอาหาร (Preserved Food) เช่น แยม เจลลี่ น้ำผึ้ง peanut butter โดยคาดว่าจะมีการขยายตัวของตลาดสินค้า(Preserved Food) เพิ่มขึ้นเป็น 22.5% ในปี 2018 หรือเป็นจำนวนเงิน 634 ล้านปอนด์

          4.2. สินค้าที่ใช้ในการอำนวยความสะดวกและการดูแลผู้สูงอายุ 
                    กลุ่มผู้สูงอายุ 65 ขึ้นไป โดยเฉลี่ยมีการใช้จ่าย 3,300 ปอนด์ต่อปีสำหรับสินค้าที่เกี่ยวกับสุขภาพและยารักษาโรค สินค้าในกลุ่มนี้ ได้แก่ อุปกรณ์ อิเล็กทรอนิก อุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น ข้อสะโพกเทียม อุปกรณ์ทางทันตกรรม อุปกรณ์ช่วยการมองเห็น อุปกรณ์ช่วยฟัง และอุปกรณ์ที่ช่วยในการเดิน

5. ช่องทางการจำหน่ายสินค้า 
         จากการศึกษาของ International Longevity Centre UK พบว่า ผู้สูงอายุเดินทางไปซื้อสินค้าจากร้านค้าด้วยตัวเองลดลงสืบเนื่องจากความสามารถในการขับรถหรือเดินลดลงทำให้การเดินทางไม่สะดวกดังนั้น ร้านค้าในสหราชอาณาจักรส่วนใหญ่จึงมีบริการขายสินค้าผ่านทางเว็บไซต์ (Online Shopping) ซึ่งปัจจุบันได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้สูงอายุ โดย 86%ของประชากรอายุ55 ปีขึ้นไปซื้อสินค้าผ่านทางเว็บไซต์(Online Shopping) 

เว็บไซต์ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มประชากรอายุ 55 ปีขึ้นไป ได้แก่
              1. Coopers of Stortford
              2. Damart
              3. Joanna Sheen
              4. Choice Stationery Supplies
              5.  Abe Books
              6. Fifty Plus
              7.  Hotter Shoes 
              8.  Cotton Traders


6. งานแสดงสินค้าที่เกี่ยวข้อง 

              6.1 The 50 Plus Show เป็นงานแสดงสินค้าและไลฟ์สไตล์สำหรับผู้สูงอายุ ภายในงานประกอบด้วย โซน คือ สุขภาพ การท่องเที่ยว งานอดิเรก และกิจกรรมสันทนาการ จัดขึ้นที่เมือง London, Birmingham, Glasgow และ Manchester เว็บไซต์ http://www.50plusshow.com/

              6.2 Naidex International เป็นงานแสดงสินค้าประเภทเฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ช่วยทางการแพทย์ เช่น Mobility Transport, Communication and Telecare สำหรับผู้สูงอายุและเด็ก เว็บไซต์ http://www.naidex.co.uk/
              6.3 IFE เป็นงานแสดงสินค้าประเภทอาหารที่สำคัญของสหราชอาณาจักร เว็บไซต์ http://www.ife.co.uk/

7. ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ 

              7.1 ปัญหาอุปสรรคที่กีดกั้นการขยายตัวของตลาดสินค้าผู้สูงอายุ คือ

   1. ผู้สูงอายุรู้สึกต่อต้านสินค้าและบริการที่มุ่งเน้นพัฒนาเพื่อคนสูงอายุ เพราะไม่อยากถูกมองเป็นผู้สูงอายุ
   2. สินค้าและบริการส่วนใหญ่เน้นที่ตลาดผู้บริโภคช่วงอายุ 55-64 ปี เนื่องจากเป็นช่วงอายุที่มีรายได้สูงสุดโดย   มองข้ามตลาดผู้สูงอายุช่วงอายุ 65 ปีขึ้นไปเนื่องจากมีรายได้น้อยกว่า

7.2 ข้อเสนอแนะ 

   1. ผู้ผลิตสินค้าและบริการควรนำเสนอสินค้าและบริการที่นำไปสู่การมีสุขภาพที่แข็งแรงยืนยาว

   2. ควรออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีดีไซน์ แต่สามารถใช้ได้ง่าย

   3. Packaging ของผลิตภัณฑ์ควรเปิดใช้ได้ง่าย และไม่มากเกินไป นอกจากนี้ฉลากของผลิตภัณฑ์ควรชัดเจน สามารถมองเห็นได้ง่ายแต่มีดีไซต์ที่สวยงาม

   4. สินค้าอาหารควรเป็นแบบรับประทานง่าย หรือใช้เวลาปรุงไม่มาก แต่สารอาหารครบถ้วน


สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงลอนดอน 

มกราคม 2558

 


author

Thai Trade Center, London

Department of International Trade Promotion