25 July 2014

ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าของญี่ปุ่นในยุคสังคมผู้สูงวัย


ญี่ปุ่นขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่มีสัดส่วนของผู้สูงอายุมากที่สุดในโลก โดยเป็นประเทศแรกๆ ที่ก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุ กล่าวคือมีประชากรอายุสูงกว่า 65 ปี เกิน 7% ตั้งแต่เมื่อปี 1970 และได้กลายเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์เมื่อปี 1994 ซึ่งสัดส่วนดังกล่าวเกิน 14% และในปัจจุบัน ประมาณ 25% ของประชากรมีอายุมากกว่า 65 ปี 

มีการคาดการณ์ว่า ภายในปี 2020 ญี่ปุ่นจะมีประชากรสูงวัยถึง 29% และจะเพิ่มเป็น 39% ภายในปีพ.ศ.2050 สาเหตุที่ทำให้ญี่ปุ่นกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็วเช่นนี้ เนื่องจากอัตราเด็กเกิดใหม่อยู่ในระดับตํ่าติดต่อกันมานาน โดยปัจจุบันผู้หญิงหนึ่งคนจะมีลูกโดยเฉลี่ยเพียง 1.4 คน ในขณะเดียว กันประชากรญี่ปุ่นมีอายุมียืนยาวขึ้น โดย อายุขัยโดยเฉลี่ยของประชากรญี่ปุ่นคือ 83 ปี 

ภายใต้การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ ธุรกิจหลายแห่งจึงจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์และความอยู่รอด โดยเปลี่ยนแนวทางการดำเนินธุรกิจให้เหมาะสมกับการให้ บริการผู้สูงวัยมากขึ้น เช่น ซุปเปอร์มาร์เก็ตบางรายในญี่ปุ่นเริ่มปรับเปลี่ยนเวลาเปิดบริการให้เช้าขึ้น จากแต่เดิมที่เปิด 9 โมงเช้ามาเป็น 7 โมงเช้าเพื่อให้เหมาะกับพฤติกรรมผู้สูงอายุ ซึ่งมักตื่นแต่เช้าตรู่ ซุปเปอร์มาร์เก็ตบางแห่งยังเพิ่มบริการรับจัดงานศพแบบเรียบง่ายในราคาย่อมเยา 

บริษัทผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ของญี่ปุ่นต่างออกจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านที่ออกแบบโดยเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ เช่น บริษัท Sony ได้เพิ่มบทบาทการเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์และชิ้นส่วนทางการแพทย์ โดยนำความรู้และเทคโนโลยีการผลิตเครื่องใช้ ไฟฟ้ามาประยุกต์ใช้ เช่น การอาศัยโนฮาวในการผลิตกล้องดิจิตอลที่มีคุณภาพสูงมาใช้ในการผลิตชิ้นส่วนกล้องสำหรับส่องตรวจอวัยวะภายใน หรือมอนิเตอร์และเครื่องพิมพ์ซึ่งใช้ประกอบร่วมกับอุปกรณ์ทางการแพทย์ได้ฯลฯ 

สำหรับบริษัท Mitsubishi Electric Corp. ได้ออกจำหน่ายเครื่องดูดฝุ่นรุ่นใหม่เมื่อต้นมิ.ย. ศกนี้ ชื่อรุ่น “Be-K” ที่มีนํ้าหนักเพียง 2.4 กิโลกรัม โดยเป็นเครื่องดูดฝุ่นแบบใช้แผ่นกรองกระดาษที่มีนํ้าหนักเบาที่สุดในวงการ คุณสมบัติพิเศษอีกอย่างคือ มีหัวดูดฝุ่น 2 ตัว เพื่อรักษาระดับความแรงของการดูดฝุ่น ทำให้ “Be-K” มีราคาสูงถึง 38,000 เยน (ประมาณ 13,000 บาท)ซึ่งแพงกว่าเครื่องดูดฝุ่นทั่วไปที่มีราคาประมาณ 9,000-23,000 เยน (ประมาณ.3,000-8,000บาท) 

ประมาณกลาง ก.ย. นี้ บริษัท Hitachi Appliances, Inc. จะวางจำหน่ายหม้อหุงข้าวรุ่นใหม่ที่ใช้ระบบ IH (Induction Heating) ชื่อรุ่น “Ohitsu Gozen” ที่มีขนาดการหุงแค่ 0.5-2 โถ (1 โถ เท่ากับข้าวสาร 150 กรัม) โดยจะใช้เทคโนโลยีแบบเดียวกับหม้อหุงข้าวขนาดใหญ่รุ่นที่ดีที่สุดของบริษัท ซึ่งสามารถกักเก็บความร้อนได้ตลอดเวลา อีกทั้งยังประหยัดพลังงานไฟฟ้า ทั้งนี้ ที่ผ่านมาในญี่ปุ่นปกติหม้อหุงข้าว IH หุงข้าวได้ 5 โถ จึงเป็นครั้งแรกที่จะมีหม้อหุงข้าวขนาดเล็กซึ่งเหมาะสำหรับการบริโภคน้อยๆ เช่นคนสูงอายุ หม้อหุงข้าวจิ๋วรุ่นใหม่นี้จะวางจำหน่ายที่ราคา 60,000 เยน (ประมาณ 18,000 บาท)ซึ่งจัดว่ามีราคาสูงเนื่องจากที่ผ่านมาหม้อหุงข้าวขนาดเล็กมักมีราคาไม่เกิน 50,000 เยน 

ส่วนบริษัท Toshiba Lifestyle Products & Services Corp. ก็จะเพิ่มรุ่นตู้เย็นสำหรับผู้สูงอายุให้มากขึ้น โดยเป็นรุ่นแบบเปิดตู้ได้ด้วยการกดปุ่มแทนการดึงประตูตู้เย็น รวมถึงใน ส.ค.นี้ จะวางจำหน่ายเครื่องซักผ้าแบบ 2 ถังแยกซักและปั่นแห้ง เพื่อเอาใจกลุ่มลูกค้าผู้สูงอายุโดยเฉพาะ อีกทั้งจะปรับตัวอักษรบนแผงควบคุมให้มีขนาดใหญ่ขึ้น นอกจากนั้น เมื่อ เมย.ที่ผ่านมา บริษัท Sharp Co., Ltd ได้ออกจำหน่ายเครื่องชงชาที่บดใบชาจนเป็นผงละเอียด รุ่น “Healslo Tea-presso” ซึ่งได้รับความนิยมจากคนวัย 50-69 ปี ตั้งแต่เริ่มวางจำหน่าย ทำให้บริษัทฯต้องเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นเป็น 2 เท่าจากที่ได้ตั้งไว้เดือนละ 4,000 เครื่องในตอนแรก 

สำหรับบริษัท Panasonic Corp. ก็มีแผนจะผลิตจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ผู้สูงอายุใช้งานได้ง่ายขึ้นตั้งแต่ฤดูใบไม้ร่วงนี้ (ก.ย.-พ.ย.) โดยจะออกแบบสินค้าเช่น ตำแหน่งของปุ่มกด หรือบริเวณที่เปิดปิดอุปกรณ์ฯลฯ ให้สะดวกใช้สำหรับผู้สูง อายุ รวมทั้งให้มีดีไซน์หรูหราน่าใช้ เพื่อสร้างความแตกต่างจากสินค้าทั่วไปที่ราคาถูกกว่า โดยจะวางจำหน่ายเป็นพิเศษที่ร้านค้าในเครือซึ่งอยู่ในต่างจังหวัด 

นอกจากนั้น ในด้านร้านจำหน่ายเครื่อง ใช้ไฟฟ้าต่างก็เริ่มให้บริการพิเศษสำหรับผู้สูงอายุ เช่น บริการส่งสินค้าแม้จะเป็นขนาดเล็กซึ่งที่ผ่านมาลูกค้าซื้อแล้วต้องถือกลับเอง หรือรับปรึกษาในกรณีเครื่องใช้ ไฟฟ้าชำรุดเสียหาย เป็นต้น 


author

Thai Trade Center, Osaka

Department of International Trade Promotion