01 July 2014

ตลาดสินค้ารองเท้าในญี่ปุ่น

ตลาดสินค้ารองเท้าในญี่ปุ่น


1. ลักษณะตลาดโดยทั่วไป

ขนาดตลาดรองเท้าในญี่ปุ่น ในปี 2012 คิดเป็นมูลค่า 1.31 ล้านล้านเยน (ประมาณ 4.2 แสนล้านบาท โดยลดลงจากปีก่อนหน้า 0.6% กล่าวได้ว่าอยู่ในสภาวะไม่ดีนักอันเนื่องมาจากสภาวะเศรษฐกิจที่ทำให้การบริโภคซบเซา การซื้อลดน้อยลงรวมทั้งราคาซื้อต่อหน่วยลดลงด้วย


2. แนวโน้มความต้องการ

- รองเท้าซึ่งเป็นที่นิยมของผู้บริโภคญี่ปุ่น คือ รองเท้าที่ใส่เดินแล้วไม่เจ็บหรือเมื่อยเท้าแม้จะเดินนานๆ

- ผู้บริโภคญี่ปุ่นมีแนวโน้มความสนใจในสุขภาพและความงาม นอกจากนั้นมีผู้ออกกำลังกายโดยการวิ่งหรือเข้าร่วมการแข่งวิ่งมาราธอนกันมากขึ้นทำให้ความต้องการรองเท้าสาหรับวิ่ง (running shoes) และรองเท้าสำหรับเดิน (walking shoes) มีเพิ่มสูงขึ้น

- สำหรับรองเท้าสตรี แต่เดิมมาการจำหน่ายรองเท้าที่เหมาะกับฤดูกาลมักจะใช้วิธีออกวางจำหน่ายล่วงหน้าฤดูนั้นๆ ระยะหนึ่งเพื่อกระตุ้นการซื้อของผู้บริโภค แต่ปัจจุบันพบว่าผู้บริโภคนิยมจะซื้อรองเท้าในเวลาที่ต้องการจริงๆ ในช่วงนั้น ดังนั้นหมายความว่าการจำหน่ายรองเท้าได้รับอิทธิพลมากขึ้น จากการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล ร้านค้าต้องพิจารณาช่วงเวลาจาหน่ายที่เหมาะสมในแต่ละฤดูกาลของปีนั้นๆ และบริหารจำนวนสต๊อกให้ดีจึงจะสามารถจำหน่ายได้

- รองเท้ากีฬาไม่ว่าของเด็กหรือผู้ใหญ่ มักจะนิยมประเภทที่มีประสิทธิภาพสูงทำให้วิ่งได้เร็ว


3. ตลาดรองเท้าบุรุษ

- ในปี 2011 ตลาดรองเท้าบุรุษมีมูลค่า 2.1 แสนล้านเยน ลดลงจากปีก่อนหน้า 0.7%

- ในปี 2012 แนวนโยบาย “Super Cool” (การใส่เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่บางเบาให้เหมาะกับสภาพอากาศหน้าร้อนเพื่อการประหยัดพลังงาน) ได้แพร่หลายมากขึ้นอย่างจริงจังโดยทั่วไปในสังคมญี่ปุ่น ประกอบการแนวโน้มการแต่งกายแบบลำลอง (Casual) ซึ่งทำให้รองเท้าที่ใส่ก็เปลี่ยนไปเป็นแนว driving shoes2 Slip-on Shoes 3 หรือ Chukka boots4 ดังนั้น จึงมีแนวโน้มความนิยมเพิ่มขึ้น เรื่อยๆ สำหรับรองเท้าประเภท Dress shoes หรือ sneaker (รองเท้าผ้าใบ) ซึ่งสามารถใส่ได้ทั้งในเวลาทำงานและ casual นอกจากนั้นห้างสรรพสินค้าหรือร้านรองเท้าต่างให้ความสำคัญกับแผนกรองเท้าชายหรือวางสินค้าใหม่ๆ เช่น ถุงน่องสาหรับบุรุษ ฯลฯ เพื่อล่อความสนใจผู้บริโภคบุรุษ


4. ตลาดรองเท้าสตรี

- ในปี 2011 ขนาดตลาดมีมูลค่า 3.6 แสนล้านเยน ลดลงกว่าปีก่อนหน้า 0.5%

- มีความนิยมกันมากขึ้นสำหรับรองเท้าประเภท Pumps หรือ Court shoes ซึ่งส้นเตี้ยและทานแรงกระแทกสูง ใส่เดินง่าย

- ผู้บริโภคมักเลือกรองเท้าที่ใส่ง่าย เดินสบาย และเลือกรองเท้าที่เหมาะกับรูปลักษณ์ของเท้าของตนเอง

- นอกจากนั้นรองเท้าที่เรียกว่า “รองเท้าคุณลุง” ซึ่ง เป็นสไตล์รองเท้าผู้ชายสูงอายุใส่กัน ยังคงมีฮิตตั้งแต่ปีก่อนหน้าในหมู่สตรีทำงาน


5. รองเท้ากีฬา

- ในปี 2011 ขนาดตลาดมีมูลค่า 5.0 แสนล้านเยน เพิ่มขึ้นกว่าปีก่อนหน้า 1.1%

- ความใส่ใจในสุขภาพและความงามทำให้ running shoes และ walking shoes ยังคงจำหน่ายได้ดี รวมทั้งรองเท้า outdoor shoes

- รองเท้ากีฬาที่กำลังเป็นที่จับตามองในตลาดญี่ปุ่น คือ รองเท้าที่มีประสิทธิภาพการใช้งานสูง เช่น รองเท้าที่ใส่วิ่งแล้วมีความรู้สึกเหมือนกับวิ่งด้วยเท้าเปล่าทำให้วิ่งได้เร็วขึ้น

- จากการที่กีฬากลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ชาวญี่ปุ่นทำให้การจำหน่ายรองเท้าสำหรับกีฬาและร้านค้าประเภท Sport life style มีแพร่หลายมากขึ้น เป็นการกระตุ้นตลาดสินค้ารองเท้ากีฬายิ่งขึ้น


6. รองเท้าเด็กและทารก

- ในปี 2011 ขนาดตลาดมีมูลค่า 0.9 แสนล้านเยน ลดลงกว่าปีก่อนหน้า 1.1%

- ตั้งแต่ประมาณปี 2003 เป็นต้นมา ผู้ผลิตรองเท้ากีฬาและร้านรองเท้าค้าปลีกขนาดใหญ่ในญี่ปุ่นต่างก็แข่งกันจำหน่ายรองเท้า Junior running shoes และแม้แต่ร้านค้าปลีกทั่วไปก็จะมีมุมจำหน่ายรองเท้ากีฬาสำหรับเด็ก รวมทั้ง ต่างพยายามที่จะพัฒนาผลิตรองเท้าใหม่ๆที่ช่วยให้ใส่สบายและวิ่งได้เร็วขึ้น


7. ข้อกำหนดเกี่ยวกับการนำเข้า

- สำหรับรองเท้าหนังบางประเภทจัดอยู่ในข่ายต้องควบคุมตามสนธิสัญญาวอชิงตัน (กฏหมายว่าด้วยการสงวนรักษาสายพันธ์พืชและสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธ์ )5 สินค้าแปรรูปจากพืชและสัตว์ที่จำแนกไว้ใน

เอกสารแนบ II และ III ของสนธิสัญญานี้

- สินค้าที่เข้าข่ายตามเอกสารแนบ II ต้องมีใบอนุญาตส่งออก (CITES) (ต้นฉบับ) ที่ออกโดยหน่วยงานภาครัฐของประเทศผู้ส่งออกและสินค้าที่เข้าข่ายตามเอกสารแนบ III ต้องมีใบรับรองแหล่งผลิต (ต้นฉบับ) หรือใบอนุญาตส่งออก นอกจากนี้ กรณีของสินค้าแปรรูปจากสัตว์ที่กำหนดไว้ในประกาศเรื่องการนำเข้าฉบับที่ 3 ข้อ 7-(6) ต้องมีใบรับรองที่ออกโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมญี่ปุ่น (METI) ก่อนจึงจะสามารถดำเนินพิธีการทางศุลกากรได้

- ทั้งนี้การตัดสินว่าวัตถุดิบที่ใช้เข้าข่ายต้องควบคุมตามสนธิสัญญาวอชิงตันหรือไม่ ควรสอบถามล่วงหน้ากับสำนักงานตรวจสอบการค้าพืชและสัตว์ป่า กองควบคุมการค้า กรมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้า METI


8. ข้อกำหนดการแสดงฉลากสำหรับจำหน่าย

- การจำหน่ายรองเท้าซึ่งตัวรองเท้าทำจากหนังเทียม พื้นทำจากยาง พลาสติกสังเคราะห์หรือเป็นการใช้วัสดุเหล่านี้รวมกัน โดยใช้กาวติดตัวรองเท้ากับพื้นรองเท้าเข้าด้วยกัน จะต้องแสดงฉลากตาม“ข้อกำหนดเรื่องการแสดงฉลากคุณภาพสำหรับสินค้าอุตสาหกรรมเบ็ดเตล็ด” (Labelling of Miscellaneous Manufactured Goods) ภายใต้กฏหมายด้วยการแสดงฉลากคุณภาพสินค้าสำหรับครัวเรือน (Household Goods Quality Labelling Law) ดังนี้ 


(1) วัตถุดิบของตัวรองเท้า (Instep material)

(2) วัตถุดิบของพื้นรองเท้า (Sole material)

(3) ความทนทานต่อน้ำมันของพื้นรองเท้า (Oil resistance of soles)

(4) ข้อพึงระวังในการใช้งาน (Handling precautions)

(5) ชื่อ-ที่อยู่หรือหมายเลขโทรศัพท์ของผู้แสดงฉลาก

- นอกจากนั้น มีการกำหนดมาตรฐาน “ความตกลงว่าด้วยการแข่งขันทางการค้าอย่างเป็นธรรมเกี่ยวกับ

การแสดงฉลากสำหรับเครื่องกีฬา” สำหรับรองเท้ากีฬาซึ่งเป็นมาตรฐานโดยสมัครใจของผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมรองเท้า


9. อัตราภาษีนำเข้า

- ปัจจุบันสินค้ารองเท้าหนัง อัตราภาษีนำเข้าจะมีความแตกต่างกันไปตามตำแหน่งการใช้หนัง มาทำรองเท้า การนำเข้าจากประเทศผู้ส่งออกบางประเทศจะได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร อัตราโดยทั่วไปที่ใช้ในปัจจุบัน คือ ร้อยละโดยทั่วไปที่ใช้ในปัจจุบัน (ณ เมย.2014) คือ ร้อยละ 30 หรือ 4,300 เยนต่อคู่ขึ้นอยู่กับว่าอัตราใดสูงกว่ากันให้ใช้อัตราดังกล่าว (ตรวจสอบรายละเอียดอัตราภาษีของรองเท้าแต่ละประเภทได้ที่ www.customs.go.jp/english/tariff )

- นอกจากการนำเข้าภายใต้ภาษีปกติ ปัจจุบันญี่ปุ่นมีการใช้ระบบ “โควต้าภาษี” (Tariff Quota) สำหรับรองเท้าหนัง (ไม่รวมรองเท้ากีฬาและ slipper) ซึ่งหากนำเข้าภายใต้ปริมาณที่กำหนดจะเสียภาษีฯในอัตราต่ำ (24%, 21.6% หรือ 17.3%) หรือไม่ต้องเสียภาษี (ขึ้นอยู่กับความตกลงการค้ากับประเทศคู่ค้า) บริษัทผู้นำเข้าและจาหน่ายที่จะยื่นขอโควต้าภาษีได้ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขต่างๆ อาทิ เป็นผู้ประกอบการ (ผลิต จำหน่าย นำเข้า) ที่เกี่ยวข้องกับหนังและผลิตภัณฑ์จากหนัง และต้องมีการนำเข้าในมูลค่าที่สูงกว่ามูลค่าที่กำหนดไว้ภายในเวลา 1 ปีก่อนยื่นคำร้อง โดยในแต่ละปีจะมีการประกาศเพดานโควต้าภาษีประจำปีถัดไปในช่วงต้นเดือนมีนาคม(www.meti.go.jp/policy/external_economy/trade_control/boekikanri/kanwari/index.htm เป็น

ข้อมูลภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น )

- สำหรับสินค้าจากไทย ได้รับการยกเว้นภาษีภายใต้ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA) โดยจะต้องเป็นสินค้าที่เป็นไปตามกฏว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้าของความตกลงฯดังกล่าวและมีใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าแนบประกอบในเวลานำเข้าอัตราภาษีฯ อยู่ในระดับ 4.7%, 5.9% หรือ 6.5% หรือบางรายการก็ไม่ต้องเสียภาษีโดยขึ้นอยู่กับประเภทรองเท้า



author

Thai Trade Center, Osaka

Department of International Trade Promotion