06 สิงหาคม 2556

กลยุทธ์การตลาดสำหรับ Baby Boomer

ใครคือ Baby Boomer และเราควรจะขายอะไรให้พวกเขาบ้าง

บทวิเคราะห์นี้จะทำให้คุณรู้จักกับ Baby Boomer และทำความเข้าใจความต้องการของพวกเขา เพื่อรู้ว่าจะเข้าไปนั่งกลางใจของพวกเขาได้อย่างไร


จากข้อมูลของ U.S. Census Bureau, International Data Base บอกว่า ยุคต่อไปนี้จนถึงปี 2593  โครงสร้างทรง Pyramid ของอายุประชากรสหรัฐฯ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปจากฐานกว้างยอดแคบกลายเป็นฐานเริ่มแคบและป่องตรงกลาง เนื่องจากมีเด็กเกิดน้อยลง คนสุขภาพดีขึ้น มีอายุยืนนานขึ้น และผู้ที่เกิดในยุค Baby Boom (ผู้ที่เกิดปีค.ศ.1946-1964) จำนวนมากกำลังเริ่มเข้าสู่วัยชรา ทำให้กลุ่มผู้สูงอายุกลายเป็นกลุ่มศักยภาพกลุ่มใหม่ที่เป็นโอกาสของผู้ผลิตสินค้าและบริการ และข้อมูลจากหลายหน่วยงานของสหรัฐฯ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับกลุ่มผู้สูงอายุชาวสหรัฐฯ ดังนี้ 

ขนาด

  1. จำนวนประชากรที่เกิดในสหรัฐฯ ยุค Baby Boom มีจำนวนกว่า 77 ล้านคน 
  2. ชาวสหรัฐฯ จะอายุย่างเข้า 50 ปีทุกๆ 7 วินาที ซึ่งหมายถึงจำนวน 12,500 คนต่อวัน   
  3. เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ ที่คนสูงอายุจะกลายเป็นประชากรส่วนใหญ่ของสหรัฐฯ และมีอัตราขยายตัวสูง

 (ร้อยละ 15.1)

  1. ในปี 2558 ผู้สูงอายุที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป จะมีสัดส่วนร้อยละ 45 ของประชากรสหรัฐฯ 
  2. ในปี 2573 ผู้สูงอายุที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า คือ 71.5 ล้านคน และจะเพิ่มขึ้นอีกต่อไปเรื่อยๆ


พฤติกรรมของกลุ่มผู้สูงอายุ

  1. ผู้สูงอายุกลุ่มนี้มีเงินสำหรับใช้จ่ายฟุ่มเฟือยและใช้จ่ายเฉลี่ยแล้วมากกว่าคนวัยอื่นๆ ในสินค้าเกือบทุกรายการ  เช่น อาหารสำเร็จรูป ของตกแต่งบ้าน บันเทิง ของใช้ส่วนตัว ของชำร่วย และสินค้าสุขภาพ เป็นต้น 
  2. ชาวสหรัฐฯ ตลอดช่วงชีวิตเฉลี่ยซื้อรถทั้งหมด 13 คัน โดย 7 คันซื้อเมื่อหลังอายุ 50 ไปแล้ว 
  3. ความสุขของผู้ที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไปคือ สนใจการทำธุรกิจและบริหารเงินทางออนไลน์มากขึ้น และสนใจการบันเทิง
  4. Baby Boomers ใช้จ่ายเงินทางออนไลน์มากกว่ากลุ่มผู้ใหญ่อื่นๆ ที่มีอายุน้อยกว่าในอัตราส่วน  2:1 
  5. ชาวสหรัฐฯ ที่อายุมากกว่า 55 ปีขึ้นไปชอบใช้จ่ายเงินเพื่อการท่องเที่ยว โดยร้อยละ 50 เป็นการท่องเที่ยวในสหรัฐฯ
  6. กลุ่มผู้มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไปซื้อบริการท่องเที่ยวผ่านช่องทางออนไลน์ร้อยละ 42  และใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวแบบหรูหราถึงร้อยละ 80  
  7. กลุ่มสตรีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไปใช้จ่ายเงิน 21,000 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี ในการซื้อเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย
  8. ร้อยละ 96 ของคนกลุ่ม Baby Boomers หากชอบสินค้าและบริการใด จะบอกกล่าวกันปากต่อปากในหมู่เพื่อนฝูง
  9. 2 ใน 3 ของชาวสหรัฐฯ ที่อายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไปซื้อสินค้าจากร้านค้าปลีกออนไลน์ (เฉลี่ยปีละ 7,000,000 ล้านเหรียญฯ)
  10. ในปี 2555 กลุ่ม Baby Boomers ใช้เวลากับอินเตอร์เน็ต 27 ชั่วโมงต่ออาทิตย์  (มากกว่ากลุ่มอายุ 16-34 ปี 2 ชั่วโมง)  
  11. ร้อยละ 89 ของกลุ่มผู้ที่มีอายุมากกว่า  65 ปีขึ้นไปมีอีเมล์ส่วนตัวและใช้งานเป็นประจำสม่ำเสมอ 
  12. ร้อยละ 36 ของกลุ่มผู้ที่อายุมากกว่า  50 ปีขึ้นไปใช้มือถือแบบสมาร์ทโฟน  และร้อยละ 44 ของคนที่มีโทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟนเช็คอีเมล์และใช้อินเตอร์เน็ตจากเครื่องของตน
  13. กลุ่มผู้ที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไปจำนวน 27.4 ล้านคน ใช้ Social Networking และ19 ล้านคนเล่น Facebook 
  14. อินเตอร์เน็ตเป็นแหล่งค้นหาข้อมูลที่สำคัญของกลุ่มฺ Baby Boomers เมื่อต้องตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการในเรื่องใหญ่ๆ เช่น ซื้อรถยนต์ ซื้อบ้าน หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า และนิยมหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตเพื่อสุขภาพและความงามด้วย
  15. 4 เว๊ปไซต์ยอดนิยมของกลุ่มผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป ได้แก่  Google, Facebook, Yahoo และ YouTube 

เห็นได้ว่าการเปลี่ยนแปลงทางด้านประชากรศาสตร์ส่งผลให้เกิดสังคมใหม่ มีกฎและกระบวนการใหม่ๆ ดังนั้น 

การจัด Segment อายุของนักการตลาดแบบเดิมๆ อาจใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไปแล้ว 

อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้ผลิตสินค้าและบริการจำนวนมากที่ทำการตลาดและนำเสนอสินค้าแก่ผ้สูงอายุหรือคนชราโดยมีมุมมองภาพของกลุ่มเป้าหมายผิดพลาด การทำตลาดกับคนกลุ่มนี้ต้องมองเป็นปัจเจกชน อย่ามองเป็นภาพรวมเหมือนกันหมด


การปรับตัวเพื่อตอบสนองกลุ่มศักยภาพใหม่

กลุ่ม Baby Boomers จัดว่าเป็นกลุ่มที่กำลังเนื้อหอม เพราะมีความพรั่งพร้อมมากกว่ากลุ่มวัยอื่นๆ  นักการตลาดจำนวนมากปรับเป้าหมายมุ่งทำการตลาดกับคนกลุ่มนี้ เนื่องจากเป็นตลาดขนาดใหญ่  มีกำลังซื้อ  ชอบจับจ่ายใช้สอยเพื่อตนเอง ไม่วิตกกังวลเรื่องปัญหาทางการเงิน และไม่มีภาระเลี้ยงดูบุตร ซึ่งสิ่งที่กลุ่มนี้ให้คุณค่าคือสินค้า/บริการที่ดี หรือมีคุณค่าต่อตนเองมาเป็นอันดับแรก ราคาเป็นเรื่องรองลงมา 

สินค้าและบริการที่เด่นชัดที่สุดที่หันมาลงทุนกับตลาดนี้คือ สินค้าเพื่อสุขภาพ โรงพยาบาล และประกันสุขภาพ ประกันชีวิต บริการท่องเที่ยว อาทิ Ski Resort for Baby Boomers หรือผู้ผลิตยารายใหญ่ๆ  เช่น Pfizer และ Nuskin ต่างลงทุนผลิตอาหารเสริมและผลิตภัณฑ์เสริมความงาม ชะลอความแก่ หรือลดริ้วรอย ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากกลุ่ม Baby Boomers อย่างมาก รวมทั้งธุรกิจโฆษณา อาทิ Super Bowl Commercial ที่เน้นเป้าหมายกลุ่มผู้สูงอายุ

สินค้าเสื้อผ้า/ชุดราตรี ที่ออกแบบเพื่อคนสูงอายุกลุ่มนี้  ซึ่งรูปแบบดีไซน์ดูดีไม่เชย 

สินค้า IT  ก็มีการออกแบบเพื่อกลุ่มผู้สูงอายุโดยเฉพาะ เช่น  Nokia มี Features โทรศัพท์สั่งงานด้วยเสียง สำหรับคนชราที่มีปัญหาทางด้านสายตา ดีไซน์เครื่องเน้นหน้าจอและปุ่มกดขนาดใหญ่ Function การใช้งานไม่ซับซ้อน

สินค้าอาหารสำเร็จรูปและร้านอาหารต่างมีสินค้าหรือเมนูเพื่อคนชราโดยเฉพาะเช่น อาหารเพื่อผู้ที่เป็นเบาหวาน อาหารที่มีโภชนาการครบทุกหมู่ในหนึ่งจาน ช่องทางการจำหน่ายมีทั้งใน Supermarket  แบบ Delivery สั่งอาหารได้ทางออนไลน์  นั่งรับประทานที่ร้าน หรือจำหน่ายแก่ Nursing Home, Healthcare Center, Rehab Center  เป็นต้น


แหล่งข้อมูล/สถิติ


author

สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
ณ เมืองไมอามี

กรมส่งเสริมการค้า
ระหว่างประเทศ