01 มิถุนายน 2556

ผู้สูงอายุในอิตาลี:สัญญาณของวิกฤตหรือจุดเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ

ผู้สูงอายุในอิตาลี:สัญญาณของวิกฤตหรือจุดเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ 


จากผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติอิตาลี (ISTAT) เปิดเผยว่าอายุเฉลี่ยของประชากรอิตาลีเพิ่มสูงขึ้นทุกปี จาก ปัจจุบันอายุเฉลี่ยของประชากรอยู่ที่ 43.5 และจะขึ้นไปสูงถึง 49.7 ปีในปี 2059 โดยในปี 2011 ประชากรในอิตาลีที่มีอายุสูงกว่า 65 ปี มีสัดส่วน 20.3% (ขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.1%) ของจำนวนประชากรทั้งหมด 60,626,442 คน โดยในปี 2043 อาจจะมีสัดส่วน สูงขึ้นถึง 32% ในส่วนของประชากรในอิตาลีที่มีอายุระหว่าง 15-64 ปี จะมีสัดส่วนลดลงในอนาคต จากปัจจุบันอยู่ที่ 65.7% จะ ลดลงถึง 62.8% ในปี 2026 และจะค่อย ๆ ลดลงเรื่อยจนถึง 54.3% ในปี 2056 จากจำนวนประชากรทั้งหมด 61,3 ล้านคนในปี 2056 ซึ่งในจำนวนดังกล่าวรวมผู้อพยพ 24% (ประมาณ 1,5 ล้านคน) 


อ้างอิงจากผลการวิจัยจากตัวชี้วัดในด้านสังคม-เศรษฐกิจปี 2012 ผู้สูงอายุอิตาลีเป็นกลุ่มประชากรที่ได้รับผลกระทบ คุณภาพชีวิตที่ตกต่ำ โดยทั้งจากเศรษฐกิจที่แย่ลง จากวิกฤตยูโรโซนรวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงผันผวนทางการเมืองในรอบไม่กี่ปีที่ ผ่านมา ปัจจัยที่ทาให้เกิดความเสื่อมถอยในคุณภาพชีวิตมีดังต่อไปนี้ 

1. การลดลงของการบริการของส่วนกลางสำหรับผู้สูงอายุ เปรียบเทียบระหว่างปี 2011 และ 2012 มีการบันทึกว่ามีการลดลงประมาณ 28% ของการบริการสาหรับผู้สูงอายุ โดยตัวเลขที่เป็นลบดังกล่าวส่งผลอย่างเห็นได้ชัดในเมืองที่มีผู้ อยู่อาศัยเกิน 50,000 คน โดยเฉพาะทางใต้ของอิตาลี 

2. แนวโน้มการอุปโภคของกลุ่มผู้สูงอายุ โดยจะหันไปเน้นด้านที่อยู่อาศัยและพลังงาน สำนักงานสถิติแห่งชาติ อิตาลี (ISTAT) เปิดเผยว่าใน 8 ปีที่ผ่านมา ค่าใช้จ่ายประจำเดือนของผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นในด้านที่อยู่อาศัย (3%) และการขนส่ง (0.7%) ซึ่ง มีผลมาจากการเพิ่มขึ้นของราคาของสินค้า ในทางตรงกันข้ามค่าใช้จ่ายที่ลดลงคือ ค่าใช้จ่ายด้านการบริโภค (-1.7%) และสินค้าฟุ่มเฟือย อาทิ เครื่องแต่งกายและรองเท้า (-0.8%) ของตกแต่งบ้าน (-0.8%) และการบริการทางสุขภาพ (-0.6%) 



3. รายรับของผู้สูงอายุตกต่ำลงและมีผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น โดยทางสำนักฯรายงานว่าครอบครัวที่มีแต่ผู้สูงอายุ เพิ่มเป็น 29% ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 5 ปีที่แล้ว 2% และมีสูงอายุถึง 2.7 ล้านคนที่อยู่ในเกณฑ์ “ยากจน” และกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 

4. นโยบายรัดเข็มขัดของรัฐบาล ก็ส่งผลกระทบเช่นกันถึงแม้คนวัยทำงานจะเป็นผู้ได้รับผลกระทบหนักที่สุด อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้ออกมาตรการขึ้นมาเพื่อรับมือปัญหาดังกล่าวโดยถือเป็น “เรื่องเร่งด่วน” และให้ความสำคัญกับ สวัสดิการของผู้สูงวัยเช่นเดียวกับวัยทำงาน 



5. อายุเกษียณ ในปี 2013 รัฐบาลอิตาลีจะขยายการเกษียณอายุ ได้แก่ ผู้ชายมีอายุเกษียณที่ 66 ปี และผู้หญิง มีอายุเกษียณที่ 62 ปี 

6. เงินบำนาญ องค์ประกอบสำาคัญซึ่งบ่งบอกถึงสถานภาพทางเศรษฐกิจก็คือเงินบำานาญ ที่สามารถบ่งชี้ถึง สภาพความเป็นอยู่และจำนวนเงินที่เพียงพอและเหมาะสมสำหรับการดำรงชีวิตได้ 

7. ด้านโภชนาการ มื้ออาหารของผู้สูงอายุมักจะมีทั้งคุณภาพและปริมาณน้อยจนเกินไป จากการวิจัย “Nutrage” ได้ชี้ให้เห็นว่าชาวอิตาเลียนเกินร้อยละ 65 รับประทานอาหารน้อยเกินไปอีกทั้งยังเป็นอาหารที่ไม่มีประโยชน์ ซึ่งถือ เป็นข้อมูลที่น่าตกใจหากคำนึงว่าการบริโภคอาหารไม่ตรงตามหลักโภชนาการมักจะตามมาด้วยโรคภัยไข้เจ็บ ซึ่งทางผู้วิจัยได้ กล่าวว่าเหตุผลส่วนใหญ่ของการบริโภคไม่ตรงตามหลักโภชนาการนั้นมากจากสภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่ซึ่งกระทบถึงประชากรที่มี รายได้น้อย 

8. การใช้คอมพิวเตอร์ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ระหว่างปี 2001-2011 กลุ่ม ประชากรอายุระหว่าง 65-74 ปี มี แนวโน้มการใช้คอมพิวเตอร์เพิ่มมากขึ้น 10% โดยกลุ่มประชากรอายุตั้งแต่ 75 ปีขึ้นไป มีการใช้คอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้นเพียง 2% ถึง อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการใช้และการสื่อสารส่วนใหญ่ก็ยังคงเป็นของกลุ่มประชากรที่อายุน้อยกว่า ดังนั้น ควรจะมีแนวทาง พัฒนาทางด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มประชากรที่มีอายุมาก 

9. ด้านการกีฬา ระหว่างปี 2001-2011 พบว่าจำนวนของผู้สูงอายุกลุ่มอายุระหว่าง 65-74 ปี มีการออกกำลังกายเพิ่มขึ้นจาก 4.4% เป็น 9.8% เพิ่มขึ้นกว่า 5.4% ในส่วนของกลุ่มผู้ส่งอายุที่มีอายุ 75 ปีขึ้นไป เพิ่มขึ้นจาก 1.4% เป็น 3.5 % 


ตลาดบ้านพักดูแลคนชราในอิตาลี 


ระบบการทำงานของ “บ้านพักคนชรา” ประกอบด้วยบ้านพักสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุที่ต้องการการดูแล อย่างใกล้ชิด เช่น ผู้ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ หรือเป็นผู้ทุพพลภาพ และแบบการดูแลทั่วไปใช้ชีวิตประจำวัน สำหรับผู้ที่แข็งแรงดีและยังดูแลตัวเองได้ ในเดือนธันวาคมปี 2010 หน่วยงานแห่งชาติอิตาลีเพื่อการบริการสุขภาพใน
ภูมิภาค (Agenas) ได้เปิดเผยว่ามีบ้านพักสาหรับผู้สูงอายุ 63.3% ที่ได้รับการรับรองอย่างถูกต้อง แบ่งเป็น 89.5% ใน เขตภาคเหนือ/ตะวันตก 71.7% ในเขตภาคใต้ 55.8% ในภูมิประเทศเกาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีเพียง14.7%และ7.2% ในภาคกลาง ซึ่งนั่นหมายความว่ายังมีบ้านพักคนชราว่า 700 หลัง ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนสำรวจหรือเปิดทำการโดยไม่มีใบอนุญาติ จากเหตุผลดังกล่าวนี้เองที่ทำให้หน่วยงานที่รับผิดชอบไม่สามารถแจ้งจำนวนบริการบ้านพักที่แน่นอนได้ จากการคำนวณชั้นต้น พบว่ามีบ้านบริการดังกล่าวถึง 7,000 กว่าหลัง โดยในจำนวนนั้นเป็นบ้านบริการสาหรับผู้สูงอายุที่ดูแลตัวเองได้ถึง 4,000 หลัง ทั้งของภาครัฐและเอกชน 



ในเมืองใหญ่ๆ หลายเมืองในอิตาลีจะพบว่าบ้านพักคนชราจะมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ส่งผลให้หลายครอบครัว ต้องส่งญาติผู้ใหญ่ไปอยู่บ้านพักคนชราที่อยู่นอกเมืองหรือชานเมือง ซึ่งทำให้การไปมาหาสู่เป็นไปได้ยากขึ้น อีกทั้งอาจส่งผลให้ ผู้สูงอายุเกิดความรู้สึกเหมือนโดนทอดทิ้ง อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงอีกอย่างของการบริการดังกล่าวก็คือระบบการ จัดการและกฏระเบียบภายในบ้านพัก โดยตำรวจอิตาลีได้เปิดเผยว่า 27.5% ของบ้าน 863 หลัง ไม่มีกฎระเบียบที่ชัดเจนแน่นอน โดยมีการตรวจพบว่ากว่า300กรณีที่เกิดขึ้นในบ้านพักจะเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่ที่ไม่เอื้ออานวยหรือปัญหาทางโครงสร้าง และอีก 371 กรณี เกี่ยวกับการใช้ความรุนแรง โดยการเปิดกิจการบ้านพักในอิตาลียังคงพบว่ามีปัญหาต่างๆ ได้แก่ ไม่มีใบอนุญาติ การใช้ความรุนแรง ไม่มีโครงสร้างพื้นฐานที่ดีพอ คนใช้บริการเยอะเกินไป สภาพความเป็นอยู่และสุขอนามัยเสื่อมโสม เป็นต้น 

สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ เมืองมิลาน มิถุนายน 2556 



author

สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
ณ เมืองมิลาน

กรมส่งเสริมการค้า
ระหว่างประเทศ