06 สิงหาคม 2557

รายงานผลงานสัมมนา “เจาะลึกตลาดญี่ปุ่น : ตอนแนวโน้มตลาดของกลุ่มสินค้าสำหรับผู้สูงอายุ”

รายงานผลการดำเนินการจัด

เสวนา เรื่อง “เจาะลึกตลาดญี่ปุ่น : ตอนแนวโน้มตลาดของกลุ่มสินค้าสำหรับผู้สูงอายุ”

ณ สถาบันองค์ความรู้ด้านการค้าระหว่างประเทศ 

วันที่ 4-6 สิงหาคม 2557

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ถ.รัชดาภิเษก  

------------------------------------------

1.  ความเป็นมา

ประเทศญี่ปุ่น เป็นประเทศที่มีโครงสร้างสัดส่วนประชากรสูงอายุจำนวนมาก โดยปัจจุบันในจำนวนประชากรญี่ปุ่นทุก 4 คน จะมีผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน 65 ปี จำนวน 1 คน ทั้งนี้เนื่องจากผู้ที่เกิดในช่วงปี 2490 -2492 ซึ่งเป็นยุคเบบี้บูมครั้งที่ 1 ของญี่ปุ่นจะอายุครบ 65 ปีในปี 2555- 2557 นอกจากนี้ มีการคาดการณ์ว่าในปี ค.ศ.2060 จะมีอัตราส่วนของผู้ที่อายุเกิน 65 ปี ร้อยละ 40 หรือในจำนวนประชากรญี่ปุ่นทุก 5 คน จะมีผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน 65 ปี จำนวน 2 คน จากตัวเลขดังกล่าวข้างต้น จะเห็นได้ว่า กลุ่มผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนมากในตลาดญี่ปุ่น และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่พัฒนามากขึ้น และจำนวนเด็กเกิดใหม่ที่มีน้อย ดังนั้น ผู้ส่งออกไทย ควรที่จะให้ความสนใจเจาะตลาดสินค้าผู้สูงอายุในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพและมีปริมาณการใช้จ่ายที่สูง

ในการนี้ สถาบันองค์ความรู้ด้านการค้าระหว่างประเทศร่วมกับสำนักพัฒนาการค้าและธุรกิจไลฟ์สไตล์ และสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงโตเกียว จึงได้เชิญผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่นจำนวน 3 ท่านเดินทางมาเป็นผู้บรรยายให้กับผู้ประกอบการไทยในหัวข้อดังกล่าว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการสร้างองค์ความรู้ให้กับผู้ประกอบการไทยในการเตรียมพร้อมเพื่อขยายตลาดสินค้าไทยสู่ประเทศญี่ปุ่น ในระหว่างวันจันทร์ที่ 4 – วันพุธที่ 6 สิงหาคม 2557 สำหรับสินค้าดังต่อไปนี้ อาหาร เครื่องสำอาง/สปา (รวมสินค้าสุขภาพ) และสินค้าแฟชั่นในญี่ปุ่น 

2.  ผู้เข้ารับการเสวนา 

ผู้สมัครเข้าร่วมฟังการเสวนา 3 วัน มีจำนวนทั้งสิ้น 403 ราย (รายชื่อตามเอกสารแนบ) ทั้งนี้ แบ่งเป็นตามกลุ่มสินค้าในแต่ละวันได้ดังนี้ 


  1. กลุ่มสินค้าแฟชั่น ในวันจันทร์ที่ 4 สิงหาคม 2557  - ผู้สมัครเข้าร่วมฟังการเสวนาจำนวน 109 ราย (รายชื่อตามเอกสารแนบ) /ผู้เข้าร่วมฟังการเสวนาจำนวน 141 ราย
  2. กลุ่มเครื่องสำอางค์/สปา ในวันอังคารที่  5 สิงหาคม 2557 - ผู้สมัครเข้าร่วมฟังการเสวนาจำนวน 133 ราย (รายชื่อตามเอกสารแนบ) /ผู้เข้าร่วมฟังการเสวนาจำนวน 127 ราย
  3. กลุ่มสินค้าอาหารในวันพุธที่ 6 สิงหาคม 2557 - ผู้สมัครเข้าร่วมฟังการเสวนาจำนวน 129 ราย (รายชื่อตามเอกสารแนบ) /ผู้เข้าร่วมฟังการเสวนาจำนวน 135 ราย

  


3. รายชื่อวิทยากร ดังนี้

      3.1 Mr. Takatsu Akira 

      ตำแหน่ง President/Marketing Director, Roof Inc.และผลงานที่ผ่านมาเคยเป็น     
      Marketing ของ บริษัท Shisedo (ผลิตภัณฑ์ Tsubaki) 


3.2 Ms. Imai Keiko 

ตำแหน่ง Honorary Chairperson of Universal Fashion Associationบริษัท Universal Fashion Association และ ตำแหน่ง Director บริษัท Shonan Universal Design Institute 


3.3 Ms. Uratani Keiko 

ตำแหน่ง Advisor, Mitsukoshi Isetan Research Center


4. สรุปสาระสำคัญของการเสวนา

ขนาดของตลาด Senior Market ในญี่ปุ่น

ผู้สูงอายุในญี่ปุ่นโดยทั่วไปหมายถึงผู้ที่มีอายุเกิน 65 ปีขึ้นไป ซึ่งปัจจุบันนี้ขยายตัวอย่างรวดเร็วและจะมีอัตราส่วนเท่ากับร้อยละ 30 ของประชากรทั้งประเทศในปี 2025 คำนวณเป็นค่าใช้จ่ายที่จ่ายให้กับสินค้าและบริการของคนกลุ่มนี้แล้วตกปีละ 1 ล้านล้านเยน

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

สินค้ากลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้องแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มสินค้า คือ

- ยาและบริการทางการแพทย์ (Medical service & Medicine)

- พยาบาลและการดูแลผู้สูงอายุ (Nursing care)

- สินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อผู้สูงอายุ (Consumer Goods)

สินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อผู้สูงอายุ (Consumer Goods)

ธนาคาร MCB คาดว่า ผู้สูงอายุจะใช้จ่ายเงิน 5 แสนล้านเยนไปกับสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อผู้สูงอายุ(Consumer Goods) ซึ่งมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 27 นับตั้งแต่ปี 2007 จากการศึกษาของธนาคาร MCB ทราบว่า ผู้สูงอายุต้องการสินค้าที่มีลักษณะดังนี้

- ต้องการสินค้าที่สร้างความสมบูรณ์ในชีวิตแบบที่เรียกว่า "Active Senior"

- ต้องการให้ผู้ผลิตสินค้าและบริการนาเสนอสินค้าและบริการรุ่นใหม่ที่นาไปสู่การมีสุขภาพที่

  แข็งแรงยืนยาว

- ต้องการสังคมแบบที่พวกเขาคุ้นเคยอยู่ก่อนแล้ว

"Active Senior" 

หมายถึง กลุ่มผู้สูงอายุที่อายุระหว่าง 55-69 ปี ที่ยังแข็งแรงไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตประจำวันได้ ทั้งนี้ การเรียกกลุ่มผู้สูงอายุว่า "Active Senior" ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกดีที่ได้เป็นกลุ่มพิเศษ ไม่ใช่คนสูงอายุทั่วไป เพราะผู้สูงอายุมักไม่ชอบถูกเรียกว่าชราภาพ


สินค้าแฟชั่น

สำหรับเสื้อผ้าสำหรับผู้สูงอายุ ควรมีลักษณะที่สวมใส่สบายไม่ทำให้ร้อน หรือบางเกินไปจนรักษาความอบอุ่นของร่างกายไม่ได้ ควรออกแบบให้ง่ายต่อการสวมใส่ และถอด มีสัญลักษณ์บ่งบอกด้านหน้า หลังที่สังเกตง่าย มีกระดุมขนาดใหญ่ การดูแลรักษาที่ง่ายไม่ต้องรีด และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมผลิตจากวัสดุ recycle เป็นต้น 

นอกจากนี้วัสดุผ้าที่มาใช้ในการผลิตก็มีส่วนสำคัญ ปัจจุบันสินค้าขายดีสำหรับเสื้อผ้าอย่างหนึ่งคือสินค้าเสื้อผ้าที่ผลิตจากวัสดุผ้าที่มีคุณลักษณะช่วยป้องกันเชื้อแบคทีเรีย ทั้งนี้  Japan Textile Evaluation Technology Council (JTEC) ของญี่ปุ่น ได้ให้การรับรองแก่ผู้ผลิตญี่ปุ่นที่ผลิตสินค้าที่ใช้นวัตกรรมการผลิตเพื่อต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย เพื่อสุขภาพที่ดีของผู้บริโภค เนื่องจากผู้สูงอายุบางรายมีปัญหาเรื่องการขับถ่ายทำให้เกิดกลิ่นเหม็นได้ง่าย แต่หากใช้สินค้าที่ผลิตโดยใช้นวัตกรรมการผลิตเพื่อต่อต้านเชื้อแบคทีเรียก็จะทำให้ไม่เกิดกลิ่น


สิ่งที่ควรคำนึงถึงอีกเรื่องสำหรับสินค้าแฟชั่นสำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะกลุ่มเสื้อผ้า คือเรื่องสรีระทางร่างกายของผู้สูงอายุที่เปลี่ยนแปลงไป ผู้ผลิตควรคำนึงถึงสิ่งนี้ด้วยในการผลิต การผลิตโดยใช้มาตรฐานสรีระปรกติจะไม่สามารถตอบโจทย์ได้ หากพิจารณาในเรื่องนี้จะทำให้ผลิตสินค้าได้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น การออกแบบโดยใช้ pattern ที่เหมาะสมจะทำให้ผู้ที่สวมใส่เสื้อผ้าสวมใส่ออกมาได้อย่างสวยงามเหมือนที่ได้ออกแบบไว้ และ size ของเสื้อผ้าก็จะตรงกับสรีระผู้สวมใส่ ทำให้ผู้ซื้อประทับใจกับสินค้ามากยิ่งขึ้น ข้างบนเป็นภาพที่ผู้เชี่ยวชาญโชว์ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของสรีระร่างกายตามอายุ


สินค้าเครื่องสำอางค์/สปา

เครื่องสำอางสำหรับผู้สูงอายุมีส่วนแบ่งทางการตลาดประมาณ 45 % ของเครื่องสำอางทั้งหมด และมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 2 % (คำนวณระหว่างปี ค.ศ. 2009 -2013) โดย 2 % ที่เพิ่มขึ้นเป็นการขยายตัวเพิ่มในทุกกลุ่มสินค้า โดยเน้นที่คุณลักษณะที่เรียบง่ายแต่ตอบสนองได้หลายอย่าง ( Multi functions type & Simple item) ช่องทางการจำหน่ายที่ประสบความสำเร็จได้แก่ การจัดจำหน่ายทางไปรษณีย์ (mail order) รองลงมาเป็นร้านขายยา (drugstore) และซุปเปอร์มาร์เก็ต (supermarket) ตามลำดับ



กลยุทธ์สำหรับแข่งขันในกลุ่ม Active Senior


สินค้าอาหาร


ภาพรวมวัฒนธรรมอาหารของญี่ปุ่น


pastedGraphic_4.png

  “WASHOKU” หมายถึง อาหารพื้นเมืองของประเทศญี่ปุ่นก่อนการสิ้นสุดการปิดประเทศหรือซะโกกุ 鎖国 (Sakoku) เมื่อค.ศ. 1868 แต่ในความหมายที่กว้างขึ้นนั้น จะรวมถึงอาหารที่ใช้ส่วนผสมและวิธีการทำอาหารซึ่งรับมาจากต่างประเทศภายหลังการเปิดประเทศด้วย อาหารญี่ปุ่นนั้นมีชื่อเสียงด้านการเน้นอาหารตามฤดูกาล 旬 (shun), คุณภาพของวัตถุดิบ และการจัดวางอาหาร ทั้งนี้ อาหารญี่ปุ่นได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกภูมิปัญญาวัฒนธรรมจากยูเนสโก และในปัจจุบันชาวญี่ก็ได้ให้ความสนใจอาหารสไตล์ญี่ปุ่นโบราณในลักษณะนี้เพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญได้ให้คำจำกัดความเฉพาะไว้ดังนี้ “WASYOKU is not cooking and technology but a Japanese everyday way of eating”

WASYOKU is

  1. The way of eating which uses the natural fresh taste carefully
  2. Well-balanced and healthy diets
  3. Beauty of nature in the presentation
  4. Connecting to annual events




โครงสร้างธุรกิจอาหารในประเทศญี่ปุ่น

pastedGraphic_5.png


คนญี่ปุ่นรับประทานอาหารตามฤดูการ (Saijiki) โดยใน 1 ปี จะแบ่งออกเป็น 24 ช่วงเวลา ใน24 ช่วงเวลาจะเป็น 6 ฤดูกาล ได้แก่ ฤดูใบไม้ผลิ (4 กุมภาพันธ์) ฤดูร้อน (6 พฤษภาคม) ฤดูใบไม้ร่วง (7 สิงหาคม) และฤดูหนาว (7 พฤศจิกายน) ซึ่งคนญี่ปุ่นจะยึดวันตามที่กล่าวมาแม้ว่าอากาศจะไม่เปลี่ยนก็ตาม เช่นถ้าวันที่ 7 สิงหาคม อากาศยังไม่เริ่มหนาวก็ตามแต่คนญี่ปุ่นก็จะถือว่าเป็นฤดูใบไม้ร่วงแล้ว


Classification of the four seasons by twenty-four seasonal datum points

  立春 February 4    First day of spring

立夏 May 6       First day of summer

立秋 August 7     First day of fall

立冬 November 7   First day of winter

★Each season has  6 seasonal points(sekki)

 

  The season on a different calendar from the actual weather is important for business. Although August of Japan is the hottest season, when becoming after August 7, a customer expects autumn.


pastedGraphic_6.png


รายละเอียดสินค้าอาหารซึ่งขายดีในห้างสรรพสินค้าในประเทศญี่ปุ่น


Softens calmly   not sharp

Different quality melts together


pastedGraphic_7.png


ผู้สูงอายุในญี่ปุ่นมีความต้องการอาหารที่คุณสมบัติดังนี้ 1. เป็นอาหารที่จัดเตรียมง่าย 2. เป็นอาหารที่เคี้ยวและกลืนง่าย ไม่ทำให้สำลักและ 3. เป็นอาหารที่ช่วยรักษาและบำรุงสุขภาพ นอกเหนือจากอาหารข้างต้น ผู้สูงอายุญี่ปุ่นยังต้องการอาหารที่มีความปลอดภัยสูง คุณภาพดี และยังคงมีคงรสชาติแบบญี่ปุ่น สะดวกในการเตรียมและราคาเหมาะสมด้วยพฤติกรรมการบริโภคอาหารประจำวัน ซึ่งผู้สูงอายุญี่ปุ่นตระหนักในเรื่องการรับประทานผัก/ผลไม้ และเนื้อสัตว์/ปลา ในปริมาณที่เหมาะสมมีสมดุลระหว่างผัก/ผลไม้และเนื้อสัตว์ 

นอกจากนี้ รายละเอียดส่วนประกอบอื่นๆ นอกจากตัวอาหาร เช่นเรื่องแพ็คเกจของอาหารก็มีความสำคัญ ปริมาณอาหารที่บรรจุที่ไม่มากเกินไปสำหรับผู้สูงอายุรับทานได้เหมาะในหนึ่งมื้อ ไม่เปลืองพื้นที่ในการเก็บ รายละเอียดข้อมูลด้านโภชนาการที่ชัดเจนตัวอักษรข้อมูลที่มีขนาดเหมาะสมผู้สูงอายุสามารถอ่านได้ชัดเจน

ในปัจจุบันผู้สูงอายุในญี่ปุ่นมีความนิยมเพิ่มขึ้นในอาหารเสริมสุขภาพและโภชนาการสำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นอาหารในลักษณะ Paste สามารถรับประทานได้ทันทีโดยไม่ต้องปรุงเพิ่มเติม เหมาะอย่างยิ่งกับผู้สูงอายุที่มีปัญหาสุขภาพฟัน หรือการบดเคี้ยวอาหาร รวมทั้งปัญหาในการกลืนอาหารด้วยลิ้นและขากรรไกร ตัวอย่างรสชาติอาหารที่ได้รับความนิยมจะเป็นรสชาติที่ไม่แตกต่างจากอาหารญี่ปุ่นโดยทั่วไป เพื่อให้ผู้สูงอายุที่มักไม่ต้องการปรับตัวสามารถทานอาหาร ได้แก่ ผักขมผสมถั่วลิสง สาหร่าย Hijiki ตุ๋น แครอทตุ๋น มะเขือเทศสด มันฝรั่งหวานผสมซอสแอปเปิล ผักกาดหอมปรุงรส เป็นต้น มีการวิเคราะห์ว่า สินค้าดังกล่าวนี้จะเป็นสินค้าที่มีการเติบโตเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 70 จากนี้ไป 

ทั้งนี้ อุตสาหกรรมอาหารญี่ปุ่นได้ทำการพัฒนาอาหารสำหรับผู้สูงอายุเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) โดยสามารถแบ่งกลุ่มอาหารได้ดังนี้

          2.1 Ordinary food products – อาหารและผลิตภัณฑ์อาหารปกติทั่วไป ที่พัฒนารูปแบบหรือคุณสมบัติให้เหมาะสมกับสภาพและความต้องการของผู้สูงอายุ

          2.2 Universal Design food – เป็นอาหารพัฒนาสำหรับผู้ที่ต้องการการดูแล (people need nursing care) โดยที่ผู้สูงอายุมักจะมีปัญหาในการกลืนอาหารหรือสำลักเมื่อรับประทานของเหลวด้วย

          2.3 Food for Special Dietary Uses (FOSDU) หมายถึง อาหารที่ได้รับการอนุญาตหรือได้รับการรับรองสำหรับใช้เป็นอาหารเสริมสุขภาพหรืออนุญาตสำหรับวัตถุประสงค์เฉพาะ ในกลุ่มนี้ประกอบด้วยอาหารที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ


4. ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ

4.1 จากการตอบแบบประเมินผลของผู้เข้ารับการเสวนาจำนวน 298 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 65.44 % ของผู้เข้ารับฟังการเสวนาในครั้งนี้ได้ผลคุ้มค่าร้อยละ 97.83

4.1.1 กลุ่มสินค้าแฟชั่น ในวันจันทร์ที่ 4 สิงหาคม 2557  

    จากการตอบแบบประเมินผลของผู้เข้ารับการเสวนาจำนวน 54 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 53.00 %   
    ของผู้เข้ารับฟังการเสวนาในครั้งนี้ได้ผลคุ้มค่าร้อยละ 96.30 %


4.1.2 กลุ่มเครื่องสำอางค์/สปา ในวันอังคารที่  5 สิงหาคม 2557 

    จากการตอบแบบประเมินผลของผู้เข้ารับการเสวนาจำนวน 72 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 73.00 %
    ของผู้เข้ารับฟังการเสวนาในครั้งนี้ได้ผลคุ้มค่าร้อยละ 98.60 %


4.1.3 กลุ่มสินค้าอาหารในวันพุธที่ 6 สิงหาคม 2557 

    จากการตอบแบบประเมินผลของผู้เข้ารับการเสวนาจำนวน 69 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 70.00 % 

    ของผู้เข้ารับฟังการเสวนาในครั้งนี้ได้ผลคุ้มค่าร้อยละ 98.60 %


4.2 ผู้เข้ารับฟังการเสวนาเห็นว่าการเสวนาในครั้งนี้ได้ทำให้ได้ทราบถึงข้อมูลอย่างละเอียดและเป็นข้อมูลเชิงลึกที่สามารถนำไปใช้การบุกตลาดผู้สูงอายุในประเทศญี่ปุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

4.3 ข้อเสนอแนะจากผู้เข้ารับฟังการเสวนา 

       - อยากให้กรมฯ พิจารณาเชิญผู้เชี่ยวชาญในลักษณะเดียวกันนี้มาบรรยายอย่างต่อเนื่อง

 - อยากให้มีการดำเนินโครงการอย่างนี้ในประเทศอื่นๆ อีกด้วย เช่น ยุโรป

         -------------------------------------------------------------

กลุ่มงานสัมมนาและฝึกอบรม

สถาบันองค์ความรู้ด้านการค้าระหว่างประเทศ

สิงหาคม 2557


author

สำนักส่งเสริมการค้าสินค้าไลฟ์สไตล์

กรมส่งเสริมการค้า
ระหว่างประเทศ