01 มีนาคม 2557

กลุ่มคนสูงอายุในอิตาลีน่าสนใจจริงหรือ

ภาพรวมทั่วไปของผู้สูงอายุในอิตาลี

จากรายงาน Global Age Watch Index(www.helpage.org)ในด้านสังคม รายได้ และสิ่งแวดล้อมของผู้สูงอายุใน 91 ประเทศ ประเทศอิตาลีถูกจัดลำดับด้านสวัสดิการและสถานะความกินดีอยู่ดีของผู้สูงอายุอยู่ในลำดับที่ 27 จากประเทศที่สำรวจทั้งหมด 91 ประเทศ(คิดเป็นร้อยละ 89 ของจำนวนประชากรที่มีอายุ 60 ขึ้นไปทั่วโลก) โดยตามหลังประเทศชิลี สโลเวเนีย อุรุกวัย และ อาร์เจนติน่า ทั้งนี้

ประเทศที่น่าอยู่ มีสวัสดิการที่ดี ใส่ใจต่อผู้สูงอายุอย่างดีเยี่ยม (Ageing-friendly) ในโลกอันดับ

ต้นๆ จากการจัดลำดับของ Global Age Watch Index คือ ประเทศสวีเดน นอร์เวย์ เยอรมัน เนเธอร์แลนด์ แคนาดา และ สวิสเซอแลนด์


ในขณะที่ปัจจุบัน ความสำคัญของผู้สูงอายุและจำนวนผู้สูงอายุในโลกกำลังเพิ่มสูงขึ้นและเป็นที่

น่าจับตามองในเชิงของการพัฒนา จากข้อมูลในปี 2012 มีจำนวนผู้สูงอายุ 809 ล้านคนหรือ

ประมาณร้อยละ 11 และคาดการณ์ว่าในอีก 16 ปีข้างหน้าจะมีผู้สูงอายุเพิ่มเป็นร้อยละ 16 หรือ

กว่าหนึ่งพันล้านคนและร้อยละ 22 ในปี 2050 (กว่าสองพันล้านคน) ของประชากรโลก โดยใน

อิตาลีเองปัจจุบันมีจำนวนผู้สูงอายุ 16.4 ล้านคน จากจำนวนประชากรทั้งประเทศ 60.9 ล้านคนหรือประมาณร้อยละ 27 ของจำนวนประชากรในประเทศและคาดการณ์จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 34.6 และ 38.4 ในปี 2030 และ 2050 แนวโน้มการเติบโตด้านประชากรพบว่ามีอัตราการเติบโตเร่งสูงขึ้นในกลุ่มผู้สูงอายุในขณะที่อัตราการเกิดลดลง ทั้งนี้สำหรับโซนที่มีการดูแลผู้สูงอายุที่ดีได้แก่ ยุโรปเหนือโดยเฉพาะสวีเดน นอร์เวย์ ไอส์แลนด์ ยุโรปตะวันตก ได้แก่ เยอรมัน เนเธอร์แลนด์ สวิสเซอร์แลนด์ อเมริกาเหนือคือแคนาดาและสหรัฐอเมริกา บางประเทศในเอเซียและบางประเทศในละตินอเมริกา ได้แก่ นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น ออสเตรีย ไอร์แลนด์ อังกฤษ และออสเตรเลีย สำหรับประเทศที่ถือว่ามีการจัดการในระดับต่ำได้แก่ หลายๆประเทศในทวีปแอฟริกาและเอเซียตะวันออก จอร์แดน ปากีสถาน และ อัฟกานิสถาน สำหรับประเทศไทย อยู่ในลำดับที่ 42 Global Age Watch Index คือ ตัวชี้วัดคุณภาพความเป็นอยู่ของผู้สูงอายุ ภายใต้มาตรวัดหลัก 4 ประการ คือ ความมั่นคงของรายได้

คุณภาพด้านสุขภาพกาย/ใจ งาน/ความปลอดภัยทางสังคม สิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม(Income security , Health status , Employment and education , Enabling societies and environment) จัดทำเป็นครั้งแรกในโลกโดยสถาบันวิจัย Helpage International กับการช่วยเหลือด้านข้อมูลจาก United Nation Department of Economic and Social Affairs , the World Bank, World Health Organization , International Labour Organization , UNESCO และ Gallup World Poll และความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญกว่า 40 คนในด้าน aging , health , social protection และ human development เป้าหมาย เพื่อเป็นข้อมูลและตัวชี้วัด(social&economy)เพื่อสะท้อนให้รัฐบาลเห็นถึงผลของการดำเนินนโยบายสำหรับผู้สูงอายุและส่งเสริมให้คนกลุ่มดังกล่าวมีความอยู่ดีกินดีเช่นเดียวกับคนในช่วงอายุอื่นๆ


จำนวนผู้สูงอายุ

โลก 809 ล้านคน 11% ของประชากรในโลก

ยุโรป 161 ล้านคน 22% ของประชากรในยุโรป

อิตาลี 16.4 ล้านคน 27% ของประชากรในประเทศ

ที่มา Global age watch 2013


จากกราฟรายงานการสำรวจพบว่าทวีปยุโรปเป็นพื้นที่ที่มีสัดส่วนจำนวนผู้สูงอายุ(+60 ปี)ต่อจำนวน

ประชากรทั้งหมดในยุโรปสูงที่สุดคิดเป็นร้อยละ 22 และคาดว่าจะสูงถึงร้อยละ 34 ในปี 2050 โดย

เฉพาะอย่างยิ่งในยุโรปตอนใต้(38%) ตามมาด้วยยุโรปตะวันตก(34%) ยุโรปตะวันออก(33%) และยุโรปเหนือ(30%) ทั้งนี้ อิตาลีนับเป็นประเทศที่มีสัดส่วนของจำนวนผู้สูงอายุต่อประชากรรวมทั้งประเทศค่อนข้างสูง โดยสูงเป็นอันดับที่สองของโลก(รองจากญี่ปุ่่น) และมี life expectancy (ของผู้สูงอายุ)ค่อนข้างสูงถึง 25 ปี นอกจากนั้น ยังเป็นประเทศที่มีความมั่นคงของรายได้ (income security) และมีการคุ้มครองรายได้ผู้เกษียณอายุอยู่ในระดับที่ดี (good pension coverage) สำหรับการกระจายตัวของผู้สูงอายุที่เกษียณแล้ว พบว่ามีสัดส่วนมากที่สุดในแคว้น Lombardia(16.1%) Lazio(8.5%) และ Piemonte(8.1%) ส่วนที่มีสัดส่วนน้อยที่สุดได้แก่ แคว้น Vald’Aosta(0.2%) Molise(0.5%) Trento/Bolzano(0.8%) ที่มา Istat(Nov.2013)

ภายในยุโรปเอง สัดส่วนของจำนวนประชากรผู้สูงอายุต่อประชากรทั้งประเทศ เรียงตามลำดับดังนี้ อิตาลี(27) ,เยอรมัน(26.7),ฟินแลนด์(25.8), สวีเดน(25.4) ,บูลกาเรีย(25) (ที่มา Global age

watch 2013)


สภาวะทางเศรษฐกิจของผู้สูงอายุในอิตาลี (Economic status) สังคมของผู้สูงอายุในอิตาลีขึ้นกับรายได้และเงื่อนไขทางสังคม/วัฒนธรรมเป็นสำคัญ ทั้งนี้ โดยเฉลี่ยของประชากรผู้สูงอายุที่เกษียณ

แล้วจะมีรายได้ประมาณเดือนละเกือบหนึ่งพันยูโร หรือ 11,410 ยูโร/ปี (ที่มา Istat ข้อมูลจาก INPS Nov.2013) สำหรับเขตที่มีรายได้จากเงินเกษียณอายุสูงกว่าระดับเฉลี่ย คือ เขตทางตะวันตกเฉียงเหนือ กลาง และตะวันออกเฉียงเหนือ แบ่งเป็นแคว้น Lazio(13,170 ยูโร) Lombardia(12,532 ยูโร) Liguria (12,339 ยูโร) ในขณะที่ร้อยละ 42.6 มีรายได้ต่ำกว่าหนึ่งพันยูโร/เดือน โดยเฉพาะทางตอนใต้และตามเกาะต่างๆ ได้รับเงินเกษียณต่ำกว่าระดับเฉลี่ย เช่น ในเกาะต่างๆ ประชากรกว่าครึ่ง(ร้อยละ 52)ได้รับเงินเกษียณน้อยกว่าพันยูโร/เดือน ในขณะที่เปอร์เซ็นต่ำที่สุดอยู่ในภาคตะวันตกเฉียงเหนือ(35.8%) มีรายได้จากเงินเกษียณเฉลี่ยมากกว่าสองพันยูโร/เดือน ส่วนภาคกลาง

ร้อยละ 21.1 มีรายได้มากกว่าสองพันยูโรและร้อยละ 6.9 มีรายได้กว่าสามพันยูโร/เดือน(ที่มา Istat

ข้อมูลจาก INPS Nov.2013) สถานการณ์ในภาพรวมกล่าวได้ว่า รายได้ของประชากรผู้สูงอายุ(กลุ่มผู้หญิงและกลุ่มคนหนุ่มสาว) เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจและผลจากนโยบายรัฐมากที่สุด จากรายงานการสำรวจสถานะทางสังคมของผู้สูงอายุในอิตาลี (II Rapporto sulle condizioni sociali degli anziani in Italia โดย Auser Feb2012) พบว่ากำลังซื้อของประชากรกลุ่มดังกล่าวลดลงร้อยละ 30 ในช่วงปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการบริโภคที่ลดลงอย่างมากในด้านอาหาร (alimentary -1.7%) เครื่องแต่งกาย (clothing -0.8%) และ sanitary service(-0.6%) และไม่สามารถแบกรับรายจ่ายที่อยู่นอกแผนการได้ ในขณะที่การใช้จ่ายทางด้านที่อยู่อาศัยและพลังงาน (habitat and energy) มีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างเด่นชัดร้อยละ 2.9 และการขนส่งร้อยละ 0.7 หรือรวมเพิ่มขึ้นประมาณเกือบ 300 ยูโร/เดือน ซึ่งประชากรกลุ่มดังกล่าวจำเป็นต้องลดความสำคัญด้านสุขภาพลง(ลดทั้งปริมาณและคุณภาพของอาหาร)และการดูแลป้องกันตนเองลงเพื่อชดเชยกับรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นในส่วนอื่นๆโดยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปีในช่วงปีหลัง(ที่มา CNR di Padova) ทั้งนี้ ยังพบอีกว่าเกือบร้อยละ 70 รายได้ไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งเดือน(ที่มา Ministero del salute) ทั้งนี้ ที่มาของรายได้ของประชากรกลุ่มดังกล่าวหลักๆร้อยละ 93.4 มาจากเงินเกษียณอายุ ร้อยละ 3 มาจากงานอิสระ ร้อยละ 1.5 มาจากงานประจำ และ ร้อยละ 2 มาจากเงินทุนเงินฝากและรายได้อื่นๆ ซึ่งรายได้ที่จำกัดดังกล่าว ส่งผลให้แนวโน้มของผู้สูงอายุทั่วไปในยุคปัจจุบันต้องรัดเข็มขัดและหางานพิเศษทำเพื่อให้อย่างน้อยคลอบคลุมรายจ่ายทั้งเดือน จากสถิติออนไลน์ของเวบไซต์ประกาศซื้อขาย/หางาน ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2013 พบว่ามีจำนวนผู้สูงอายุ(65 ปีขึ้นไป)โพสต์หางานออนไลน์เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 21 โดยเฉพาะในเวบไซต์ Kijiji (เครือข่ายของ eBay)ซึ่งเป็นฟรีเวบไซต์และได้รับความนิยมมีผู้เข้าชมกว่าหนึ่งล้านคนต่อวัน งานส่วนใหญ่จะเป็นงานรับเลี้ยงเด็กสำหรับคุณยาย/ย่า รับทำทุกอย่างสำหรับคุณปู่/ตา ไปจนถึงที่ปรึกษาการตลาด ทั้ง part-time และ full-time ซึ่งนอกจากจะมีรายได้เพิ่มขึ้นแล้ว ยังมีผลทางจิตใจทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่าในสังคมและอยากมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกด้วยอย่างไรก็ตาม รายได้ที่มาจากเงินเกษียณอายุนั้นมีการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายค่อนข้างบ่อย เนื่องด้วยหลายสาเหตุ รวมถึงจากสถานการณ์วิกฤติเศรษฐกิจที่ยาวนานและปัญหาหนี้สาธารณะที่สูงในอิตาลีทำให้รัฐได้พยายามปรับนโยบายเพื่อเยียวยาปัญหาด้านงบประมาณรายจ่ายจากภาค

รัฐ(public expenditure) และคาดการณ์ช่วงชีวิตที่ยาวขึ้นโดยในปี 2013 ได้ปรับอายุเกษียณ(pensione di vecchiaia ordinario) สำหรับแรงงานใน private sector employees

เป็น 66 ปี 3 เดือนสำหรับผู้ชาย และ 62 ปี 3 เดือนสำหรับผู้หญิง หรือต้องทำงานจ่ายภาษีเป็นเวลาอย่างน้อย 20 ปีและคาดการณ์ว่าจะปรับขึ้นอีกปีต่อปีตาม life expectancy

(ที่มา Istituto Nazionale Previdenza Sociale:INPS)

สำหรับการช่วยเหลือจากภาครัฐตามนโยบาย ได้แก่ การดูแลสวัสดิการด้านสุขภาพตามกฏหมาย ผู้สูงอายุทั้ง autonomous และ non-autonomous จะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ได้แก่ ผู้ดูแลพิเศษ,สิทธิพิเศษกรณีพิการ,ค่ารักษาพยาบาล และ อื่นๆ รวมถึงสิทธิพิเศษทางสังคมที่จะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้สูงอายุทั่วไปด้วย อย่างไรก็ตาม ในปีหลัง แนวโน้มความช่วยเหลือจากรัฐไม่พอเพียงและไม่คล่องตัวเหมือนที่ผ่านมา จากสถิติคำร้องขอความช่วยเหลือที่มีมากขึ้นทั่วประเทศ จนให้บริการไม่ทันโดยเฉพาะในแคว้น Calabria , Campania , Lazio และ Piemonte

ทั้งนี้ แม้ว่าในระดับนโยบายจะยังคงบประมาณเพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุ แต่นโยบายการแก้ใขปัญหาของภาครัฐก็ได้ส่งผลกระทบต่อประชากรในกลุ่มดังกล่าวทั้งทางตรงและทางอ้อม

ไลฟ์สไตล์ของผู้สูงอายุในอิตาลี รูปแบบการดำเนินชีวิตของประชากรกลุ่มดังกล่าวจะขึ้นกับรายได้และทัศนคติเป็นหลัก โดยในช่วงสันทนาการ ผู้สูงอายุอิตาเลียนจะชอบการท่องเที่ยวและสังสรรกับกลุ่ม

1. การดำเนินชีวิต/กิจวัตรประจำวัน โดยทั่วไป คนอิตาเลียนจะรู้สึกว่าตนยังหนุ่มอยู่จนถึงอายุ 46 ปี

และจะรู้สึกว่าตนเองแก่เมื่ออายุประมาณ 68 ปี ในขณะที่ประเทศอื่นๆใน EU27 ประชากรจะรู้สึกแก่เมื่ออายุ 64 ปีและรู้สึกไม่หนุ่มอีกต่อไปเมื่ออายุ 42 ปี(ที่มา Ancc-coop2012) และจะยังคงทำงานอยู่จนถึงช่วงอายุเกษียณ ในวันหยุดเช่นเดียวกับประชากรในช่วงวัยอื่นๆ จะทำกิจกรรมกีฬา(กอล์ฟ ว่ายน้ำ ปีนเขา และอื่นๆ) พักผ่อนตากอากาศบนภูเขาหรือทะเล และ สันทนาการ ทั่วไป สำหรับผู้สูงอายุที่ไม่ได้ทำงานแล้ว รัฐบาล/หน่วยงานท้องถิ่นจะให้งานที่ทำประโยชน์เพื่อสังคมทำตามความสมัครใจเช่น ช่วยด้านการจราจร ดูแลเด็ก เป็นต้น ในช่วงวันหยุดระยะสั้น มักจะไปพักผ่อนที่ทะเลหรือภูเขาหรือในช่วงวันหยุดนอกฤดูกาลท่องเที่ยว จะมีการเดินทางพักผ่อนในต่างประเทศ ขึ้นกับการจัดสรรรายได้

2. อาหารการกิน จากรายงานการสำรวจสัดส่วนของอาหารกับผู้สูงอายุในอิตาลีปี 2011 ของ Consiglio Nazionale delle Ricerca di Padova(CNR) พบว่าผู้สูงอายุอิตาลีทานอาหารปริมาณน้อยลงและคุณภาพแย่ลง โดยพบว่ากว่า 400 แคลลอรี่ต่อวันที่ควรจะได้รับ หายไป โดยเฉพาะการบริโภคอาหารประเภทเนื้อและปลา และมีความเสี่ยงในการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 25 จากการรับประทานอาหารในลักษณะดังกล่าว(malnutrition) นอกจากนั้น ผลจากวิกฤติเศรษฐกิจยังกระทบโดยตรงต่อพฤติกรรมการบริโภคในกลุ่มสินค้าอาหารอย่างชัดเจน ทั้งนี้ จากการสำรวจของกระทรวงสาธารณะสุข (Ministero della Salute) ระบุว่าเกือบร้อยละ 70 ของผู้สูงอายุในอิตาลีมีความลำบากในการจัดการรายได้ให้ครอบคลุมทั้งเดือน

3. ครอบครัว ลูกหลาน อิตาลีให้ความสำคัญต่อผู้สูงอายุทั้งในแง่ของสังคมและการดูแลด้านสวัสดิการครอบครัวชาวอิตาเลียนส่วนใหญ่ยังใส่ใจและมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อผู้สูงอายุอยู่ โดยเฉพาะค่านิยมของการดูแลผู้สูงอายุ ลูกหลานมีการไปมาหาสู่หรืออาศัยอยู่ในเมืองเดียวกัน

4. การเดินทางท่องเที่ยว เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีสังคม พบเจอสิ่งใหม่ๆ ออกมาจากความโดดเดี่ยว มีสันทนาการ ความบันเทิงใจ การพักผ่อน ซึ่งสังคมทั้งในระดับภูมิภาคยุโรปและประเทศอิตาลีกำลังส่งเสริมให้เข้าสู่ตลาดกลุ่มผู้สูงอายุซึ่งมีขนาดใหญ่และกำลังเติบโต เพื่อกระตุ้นความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจและส่งเสริมด้านสังคมโดยเฉพาะเพื่อผู้สูงอายุเอง(Economy and Social) โดยมุ่งตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของกลุ่ม ได้แก่ ต้องสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางท่องเที่ยวเช่นการจัดทัวร์แบบแพกเกจที่รวมทุกอย่างพร้อม(tutto compleso) การจัดทัวร์ในช่วง low-season เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายแต่ลูกค้าสามารถได้รับความพึงพอใจเช่นเดียวกับช่วง high-season หรือ การจัดทัวร์ไปยังต่างประเทศที่อากาศดี มีค่าครองชีพต่ำ เช่น กรีซ ,สเปน(Canarie), โมรอคโค/ตูนีเซีย ,คาไรบี, โดเมนิกา รีพับพลิค ,คอสตาริกา ,ประเทศไทย และ ฟิลิปปินส์ โดยประเทศข้างต้นถูกจัดให้เป็นเป้าหมายการเดินทางของผู้สูงอายุอิตาเลียนในลำดับต้นๆ (ที่มา รายงานการสำรวจของนิตยสาร Latitudes Travel Magazine) โดยผู้สูงอายุอิตาเลียนเดินทางไปพักผ่อนมากที่สุดในโซนยุโรปได้แก่ สเปนและกรีซประมาณ 13,000 และ 10,000 คนตามลำดับ นอกจากนั้น ยังมีประเทศโมรอคโค/ตูนีเซีย(3,000 คน) ,คาไรบี, โดเมนิกา รีพับพลิค(5,000) ,คอสตาริกา(4,000) , ประเทศไทย(2,000) และ ฟิลิปปินส์ (1,000) (ข้อมูล Anagrafe italiani residenti all’estero : Aire)

5. สถานการณ์การท่องเที่ยวของชาวอิตาเลียนในช่วงทศวรรษหลัง มีแนวโน้มที่ดีจนถึงปี 2008 หลังจากนั้นก็มีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆโดยเฉพาะการเดินทางเพื่อการพักผ่อนท่องเที่ยว(Leisure) ทั้งนี้ การเดินทางพักผ่อนท่องเที่ยวภายในประเทศระหว่างปี 2008-2012 ที่ผ่านมาพบว่ามีการเดินทางภายในประเทศลดลงร้อยละ 39.4 และมีแนวโน้มที่ดีกว่าของการเดินทางไปยังต่างประเทศคือลดลงร้อยละ 18.2 จากการเพิ่มขึ้นสายการบินต้นทุนต่ำ(lowcost flights)และค่าครองชีพต่ำกว่าในประเทศจุดหมาย จากข้อมูล Istat ปี 2012 ในช่วงไตรมาสแรก(มกราคม-มีนาคม) ชาวอิตาเลียนลดการเดินทางท่องเที่ยวลงร้อยละ 53.2 , ลดลงร้อยละ 29.9 ในไตรมาสที่สอง(เมษายน-มิถุนายน) ,ในขณะที่คนอิตาเลียนในช่วงอายุ 25-44 ปี ยกเลิกการเดินทางลงร้อยละ 39 ช่วงไตรมาสสี่(ตุลาคม-ธันวาคม) อย่างไรก็ตาม ในช่วงไตรมาสสาม(กรกฏาคม-กันยายน)ซึ่งเป็นช่วงฤดูร้อนและวันหยุดยาวของ

คนทำงานส่วนใหญ่ ยังมีการเดินทางอยู่โดยเฉพาะประชากรในช่วงอายุ 45-64 ปีและเด็กไม่เกิน 14 ปี แม้ว่าจะน้อยลงก็ตาม(-24.4%) ในส่วนของผู้สูงอายุ(+65 ปี)พบว่าเป็นช่วงอายุที่มีการเดินทางท่องเที่ยวน้อยลงที่สุดโดยเฉพาะการเดินทางภายในประเทศ ที่มา Istat 2013


ความต้องการของผู้สูงอายุ แบ่งเป็น 2 ประการคือ นอกจากความต้องการพื้นฐานทางร่างกาย

(Physical need) แล้วผู้สูงอายุยังมีความต้องการทางจิตใจ(Psychological) ผู้สูงอายุต้องการการเอาใจใส่ดูแล ความมั่นคงและความเป็นอิสระ (individual security and freedoms) สามารถทำตนให้เกิดประโยชน์ เช่น อยากทำงานต่อหากเป็นไปได้หรือการเดินทางท่องเที่ยว

มองในมุมการพัฒนาคุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุต้องการการบริการทางสุขภาพที่ดี(healthcare services)

ตลอดช่วงอายุที่เหลือโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อเช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคเบา

หวาน โรคกระดูกพรุน และ โรคความจำเสื่อม ซึ่งเป็นโรคที่มักเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุ นอกจากนั้น ยังมีความมั่นคงด้านรายได้ แม้ว่าผู้สูงอายุจะได้รับเงินช่วยเหลือและบริการจากรัฐแต่ค่าครองชีพในอิตาลีก็สูงโดยเฉพาะการอยู่ตามลำพังที่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายด้วยตนเอง ผู้สูงอายุยังต้องการความเป็นอิสระและการสังสรรค์บันเทิง เช่น การทำงานฆ่าเวลา/ทำประโยชน์เพื่อสังคม การพักผ่อนหย่อนใจ และ ความสุขในการแต่งกายส่วนชีวิตประจำวัน ที่จำเป็นผู้สูงอายุอาจต้องการผู้ช่วยทำงานบ้าน ผู้ดูแลพิเศษ กิจกรรมสันทนาการและ การเข้ากลุ่มเพื่อลดความรู้สึกโดดเดี่ยวลำพังเป็นที่น่าสังเกตว่าผู้สูงอายุโดยทั่วไปจะมีบทบาททางสังคมที่น่าสนใจ ผู้สูงอายุมีประสบการณ์และแรงงานสามารถทำงานได้ เป็น volunteer เป็นผู้บริโภค เป็นผู้เสียภาษี นอกจากนั้น ยังสามารถทำประโยชน์แก่

ครอบครัวและสังคมที่อาจมองข้ามหรือเป็นงาน/บทบาทที่ไม่ได้รับค่าตอบแทน ในขณะที่รายจ่ายในการดูแลประชากรกลุ่มดังกล่าวในระยะยาวจะมีมากขึ้นจากจำนวนประชากรกลุ่มผู้สูงอายุที่เพิ่มสูงขึ้นในอิตาลี ได้กำหนดให้มีเทศกาลคุณตาคุณยาย/ปู่ย่า(La festa dei nonni)ขึ้นในวันที่ 2 ตุลาคมของทุกปี(เริ่มตั้งแต่ปี 2005) เพื่อแสดงถึงความสำคัญของปู่ย่าตายายและความอบอุ่นภายในครอบครัว


โอกาสของประเทศไทยต่อกลุ่มผู้สูงอายุ

1. โอกาสด้านการท่องเที่ยว นับเป็นเป้าหมายที่น่าสนใจ โดยการเชื้อเชิญผู้สูงอายุอิตาลีเข้าสู่ประเทศไทยทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อท่องเที่ยวและ/หรือพำนักอาศัยสร้างรายได้เข้าประเทศ จากความได้เปรียบด้านค่าครองชีพ สังคม ความพร้อมด้านการแพทย์ และสิ่งแวดล้อมของ

ไทย โดยจัดแพกเกจท่องเที่ยวแบบองค์รวม เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับกลุ่ม

2. โอกาสด้านแรงงาน/บริการ คนสูงอายุที่มีฐานะ ร้อยละ 90 จะมีผู้ดูแล ซึ่งส่วนใหญ่ร้อยละ 60 จะเป็นคนเอเซีย ด้วยอัธยาสัย ความอ่อนน้อมและสามารถปรับตัวเข้ากับนายจ้างได้ไม่ยาก อาทิ ชาวฟิลิปป์ปินส์และชาวไทย อย่างไรก็ตาม คนไทยที่ทำงานดูแลผู้สูงอายุยังมีจำนวนน้อย เนื่องจากเสียเปรียบในเรื่องของภาษาและมีจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับชาติอื่นๆ


สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ เมืองมิลาน

มีนาคม 2557



author

สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
ณ กรุงโคเปนเฮเกน

กรมส่งเสริมการค้า
ระหว่างประเทศ